Whatever You Need To Float! Sports ไท่เก๊ก

ไท่เก๊ก

บ้านใครมีผู้สูงอายุตอนเย็นๆ ก็จะเห็นท่านปั่นจักรยานคู่ใจไปลาน/ศาลาของหมู่บ้าน เมื่อเราตามไปก็จะเห็นมีผู้สูงอายุรวมกลุ่มกันเต้นรำอะไรบางอย่างที่มีเพลงเป็นภาษาจีน นั่นคือ ไท่เก๊ก เป็นศิลปะการป้องกันตัวของจีนที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “Meditation in Motion” หมายถึง การทำสมาธิในขณะเคลื่อนไหว โดยในปัจจุบันนี้นับเป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับลมหายใจคล้ายการทำสมาธิร่วมกับการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างช้า ๆ และสง่างาม จากท่าหนึ่งสู่อีกท่าหนึ่งโดยไม่หยุดเคลื่อนไหว ซึ่งแต่ละท่าได้แรงบันดาลใจมาจากท่าของสัตว์ เช่น ท่ากะเรียนขาวสยายปีก เป็นต้น

มวยไท่เก๊กมีลักษณะนุ่มนวล โอนอ่อน ผ่อนคลาย การเคลื่อนไหวลื่นไหลต่อเนื่อง การหายใจสอดประสานไปกับการเคลื่อนไหว พร้อมทั้งต้องตั้งจิตติดตามการเคลื่อนไหวของร่างกายไปตลอดทำให้เกิดสมาธิ เนื่องจากไม่มีการเกร็งกล้ามเนื้อ หรือการออกแรงกระแทก จึงมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บร่างกายได้น้อยเมื่อเทียบกับกีฬาที่ใช้แรงชนิดอื่น ๆ ทำให้เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย แม้แก่ชราอายุ 90–100 กว่าปีก็ยังฝึกฝนได้ ประโยชน์ที่ได้รับนอกจากจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจแล้ว ยังสามารถใช้เป็นศิลปะป้องกันตัวได้หากได้รับการฝึกฝนเพื่อใช้ต่อสู้ ในปัจจุบันไท่เก๊กมีผู้นิยมฝึกฝนกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก

ประโยชน์ของไท่เก๊ก

  1. ช่วยปรับสภาวะอารมณ์และลดความเครียด 

โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวล การเคลื่อนไหวร่างกายด้วยการรำไท่เก๊ก ที่จะมีการจับจังหวะลมหายใจ ที่จะสามารถช่วยลดระดับของฮอร์โมนและสารที่ก่อให้เกิดอาการซึมเศร้า รวมไปถึงผู้ที่มีภาวะเครียดหรือวิตกกังวลเราสามารถใช้วิธีการนี้มาช่วยผ่อนคลายได้

  1. เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ 

ขึ้นชื่อว่าเป็นการออกกำลังกาย รำไท่เก๊กก็สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ เพราะการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อส่วนบน ส่วนล่าง และกล้ามเนื้อแกนกลางของหน้าท้องและแผ่นหลัง เรียกได้ว่าแทบจะทุกส่วนเลยก็ว่าได้ 

  1. ฝึกการทำงานของระบบประสาท

การเคลื่อนไหวในการรำไท่เก๊กจะต้องมีกระบวนท่าที่แยกซ้าย-ขวา บน-ล่าง ใน-นอก แนวขวาง-แนวตั้ง วงใน-วงนอก ระหว่างอวัยวะตั้งแต่มือไปจนถึงเท้า จึงช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาทำงานประสานกันของระบบประสาทได้ฝึกไทเก๊ก จึงจะได้ฝึกสมดุล ทำให้ร่างกายทำงานสัมพันธ์ร่วมกันได้ยิ่งขึ้น ดังนั้นการฝึกไท่เก๊กจึงสามารถช่วยผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หรือผู้ที่มีปัญหาด้านการทำงานของระบบประสาท ได้ฝึกให้ระบบประสาทในร่างกายทำงานสัมพันธ์กันมากขึ้น

Related Post